Services





 

รักษาหลุมสิว » Autologous growth factor treatment

Autologous growth factor คืออะไร
    
Autologous growth factors หรือ growth factor คือ สารอาหารจากเลือดที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิด เป็นกลุ่มโปรตีนอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต มีหน้าที่
    
• กระตุ้นให้เซลล์มีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้น
• กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทําให้เซลล์เติบโต
• ซ่อมแซมเซลล์และความเสื่อมของผิวหนัง
• กระตุ้นเซลล์ในช้ันหนังกําพร้าทําให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกเผยผิวใหม่
• เพิ่มการผลิตคอลลาเจนที่ทำให้ผิวเต่งตึง
• เพิ่มกรดไฮยาลูโรนิกที่ช่วยให้ผิวชุ่มชิ้นไม่แห้งกร้าน
• เพิ่มอิลาสตินที่ทำให้ผิวยืดหยุ่นไม่หย่อนคล้อย และเพิ่ม Fibroblast (เซลล์ผิวที่คอยผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน)
• เพิ่มความหนาของชั้นหนังแท้ของผิว
    
ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สามารถแยกผ่านกรรมวิธี biotechnology พิเศษขั้นสูง เพื่อให้ได้เกล็ดเลือดที่สกัดจนกลายเป็น Serumเข้มข้นที่มี Growth Factor จำนวนมากออกมา (PRP) แล้วนำไปฉีดยังส่วนต่างๆของร่างกายที่ต้องการกระตุ้นให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง เช่น 
    
1. PRP Facial Rejuvenation ฟื้นฟูผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์เปล่งปลั่ง ลดริ้วรอย แก้ไขผิวหย่อนคล้อย แก้ปัญหาหลุมสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหนังเหี่ยวย่น กระตุ้นคอลลาเจน ผิวเนียนใส 
    
2. PRP Hair-loss Treatment ฟื้นฟูหนังศรีษะและรากผม ปลูกผม ลดอาการผมบาง ผมร่วง ศรีษะล้าน กระตุ้นให้เกิด Growth Factor และ Stem Cell ในบริเวณรากผมเพื่อให้เกิดการซ่อมสร้างเซลล์รากผมด้วยวิธีธรรมชาติของตัวมันเอง  
    
        
PRP คืออะไรมีประวัติความเป็นมาอย่างไร
    
เลือดของคนเราจะประกอบไปด้วยเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และ น้ำเลือด เมื่อเรานำเกล็ดเลือดมาปั่นด้วยอุณหภูมิและรอบความถี่ที่เหมาะสม ก็จะได้การแยกชั้นของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด ชั้นที่มีเกล็ดเลือดเยอะจะเรียกว่า PRP ย่อมากจาก Platelet Rich Plasma ซึ่งมีความเข้มข้นกว่าเกล็ดเลือดในกระแสเลือดทั่วไป 3-4 เท่า โดยสารในเกล็ดเลือด มีเซลล์ที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 9,000กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิดเมื่อเกล็ดเลือดเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายจะสามารถยกระดับในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้เร็วและกระตุ้น การสร้างเซลล์ใหม่ๆ ตลอดจาก 1 ไปจนถึง 100% เพิ่มไป300% และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆการฉีด Platelet Rich Plasma หรือ PRP ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี2530 โดยนำเลือดของตัวเองมาใช้ในการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด การผ่าตัดกระดูกใบหน้าศัลยกรรมตกแต่งและเวชศาสตร์ความงาม เช่น การลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าการรักษากระดูกข้อต่อ ไปจนถึงการปลูกผม การทำ PRP นี้เป็นที่นิยมทำในคลินิกในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น เนื่องจากการที่ใช้เซลล์ของตัวเองนั้นไม่มีอันตราย สารต่างๆ ใน PRP เป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ต่างๆในร่างกายเพื่อให้การทำงานของเซลล์ในร่างกายดีขึ้น มีการซ่อมแซมเซลล์ที่บาดเจ็บหรือเวลาที่เกิดบาดแผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกทั้งยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดีขึ้นอีกด้วย เช่น
    
• Platelet-derivedgrowth factor (PDGF)
• Transforminggrowth-factor-beta (TGF-b)
• Vascularendothelial growth factor (VEGF)
• Epidermalgrowth factor (EGF)
• Fibroblastgrowth factor-2 (FGF-2)
• Insulin-likegrowth factor (IGF)
• Connective Tissue Growth Factor (CTGF)
     
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษาด้วย PRP
    
• ดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดมีความข้นหนืด
• พักผ่อนให้เพียงพอ
• งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
• ถ้ามีการทานยาในกลุ่มแก้อักเสบ(non-steroidal anti-inflammatory medications (NSAID's) เช่น Brufen, Voltaren, Arcoxia ,Celebrex ,Synflex ,Nurofen, Mobic, Reliflex, Feldene ซึ่งไปรบกวนไขกระดูกในการผลิต PRP ที่มีคุณภาพ ควรหยุดยากลุ่มนี้ก่อน 7-10 วัน
        
การฉีด PRP ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้อย่างไร
        
การฉีด PRP บริเวณใบหน้าที่มีสารอาหารจากเลือดที่มีประโยชน์มากมาย (Growth Factor) ในปริมาณมากไปในชั้นผิวหนังแท้ ช่วยไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสติน ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง ลดริ้วรอย แก้ไขผิวหย่อนคล้อย ฟื้นฟูผิวที่มีหลุมสิว ริ้วรอย ร่องน้ำใต้ตา ขอบตาคล้ำ และ คืนความอ่อนวัยของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
    
     
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ PRP บริเวณผิวหน้า
    
• ช่วยฟื้นฟูบำรุงสภาพเซลล์ผิว ทำให้ใบหน้ากระจ่างใส ผิวพรรณดูอ่อนวัยขึ้น
• ซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพลงให้กลับมาแข็งแรง มีความยืดหยุ่นดีขึ้น ช่วยให้ผิวตึงกระชับ เรียบเนียน และอ่อนนุ่มมากขึ้น
• เร่งการรักษาผิวจากการถูกทำลายด้วยมลภาวะ ร่องรอยแดง จุดด่างดำให้จางหายไป
• ลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวมากขึ้น
• มีความปลอดภัยสูง ไม่มีสารเคมีใดๆ เจือปน
• ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อายุ และการดูแลรักษาหลังรับบริการ
• ในการรักษานั้น ยากมากที่จะมีโอกาสแพ้เพราะเป็นเลือดจากตัวเราเอง
• สามารถใช้ร่วมกับการรักษาอย่างอื่นได้ เช่น เลเซอร์ ทรีตเม้นต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น
    
    
วิธีดูแลรักษาหลังการทำ PRP บริเวณผิวหน้า
    
• ล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่สูตรอ่อนโยนได้
• หมั่นทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว
• หลังฉีดหากมีอาการบวม แนะนำให้ประคบเย็น
    
    
การฉีด PRR สามารถฟื้นฟูหนังศรีษะและรากผมได้อย่างไร
        
รากผมเป็นแหล่งกำเนิดของเส้นผม ซึ่งต้องการสารอาหารและตัวกระตุ้นการสร้างเส้นผม แต่หากสารอาหารต่างๆไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้ โดยแหล่งสารอาหารดังกล่าวอยู่ในกระแสเลือดของเรา เพียงแต่ความเข้มข้นไม่เพียงพอในการกระตุ้นการสร้างเส้นผม ดังนั้น PRP ที่อุดมไปด้วยสารอาหารจากเลือดที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิด (Growth Factor) สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมเพื่อให้เกิดการงอกใหม่ของรากผมได้โดยธรรมชาติ และยังช่วยให้ผมที่มีอยู่เดิมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้นซึ่งทำให้รากผมแข็งแรงมากขึ้น
    
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ PRP (Platelet-Rich Plasma) บริเวณหนังศรีษะและรากผม
    
• กระตุ้นการงอกเส้นผมโดยวิธีธรรมชาติ
• ประสิทธิภาพสูง เห็นผลในการรักษาเร็ว
• มีปลอดภัยสูง
• ไม่มีความเสี่ยงต่อการแพ้
• ไม่ต้องผ่าตัด
• ไม่มีแผลเป็น
• สะดวก รวดเร็ว
    
เมื่อทำ PRP ฟื้นฟูหนังศรีษะและรากผม จะเห็นผลเมื่อไหร่
    
• เริ่มเห็นผลตั้งแต่ 1-2 เดือนแรกที่ทำ ซึ่งจะเริ่มเห็นไรผมบริเวณที่รักษา
    
ควรทำ PRP ฟื้นฟูหนังศรีษะและรากผม บ่อยแค่ไหน
    
• แนะนำฉีด PRP ทุกเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
• สามารถฉีด PRP ร่วมกับการรักษาอย่างอื่นได้ เช่น เลเซอร์ ทรีตเม้นต์ วิตามิน ยา
    
    
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นวิธีดูแลรักษาหลังการทำ PRP บริเวณหนังศรีษะและรากผม 
    
• ไม่ขยี้ นวด หรือเกา ศรีษะแบบรุนแรง รวมไปถึงการเช็ดผมควรทำอย่างเบาๆเช่นกัน
   
Call Center : 087-300-6677
Line ID : laserpremium6677