Services





 

ตอบโจทย์ทุกสภาพปัญหาผิว » ฝ้า

ฝ้า (melasma)


ฝ้าเป็นรอยผิวหนังสีน้ำตาลหรือสีดำ พบตามบริเวณที่ผิวหนังโดนแสงแดด (เช่น ที่ใบหน้า) ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด  มักค่อยๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ แผ่นสีดำนี้มักมีลักษณะเท่าๆ กันทั้ง 2 ข้าง อาจรวมกันเป็นปื้น หรือเข้มเป็นกระจุก ๆ ก็ได้   ฝ้าเกิดจากผิวหนังมีวงจรการถูกกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ (pigment)บริเวณที่พบฝ้าได้บ่อย คือ ที่เหนือริมฝีปาก หนวด คาง หน้าผาก แต่บางคนก็เป็นฝ้าที่ตำแหน่งอื่นๆ ที่โดนแสงแดด (เช่น ที่หน้าอก แขน หลัง) การรักษาฝ้านั้นจัดว่ารักษาได้ แต่มักไม่หายขาด โดยเฉพาะเมื่อผู้เป็นฝ้าไม่อาจหลีกเลี่ยงการโดนแดดได้ตลอดเวลา เพราะทั้งรังสียูวีบี ยูวีเอ และแสงสว่างที่มองเห็น มีส่วนกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น ปัจจุบันพบว่าบางคนอาจเกิดฝ้าโดยไม่ทราบสาเหตุก็ได้

 สาเหตุของฝ้า มีดังนี้ คือ
   

กรรมพันธุ์ พบว่าผู้ป่วยโรคฝ้ามากกว่าร้อยละ 30 มีประวัติคนในครอบครัวเป็นฝ้าด้วย ทั้งยัง พบว่า ฝ้าสามารถเกิดร่วมกันในฝาแฝดที่มาจากไข่ใบเดียวกัน โดยที่พี่น้องคนอื่น (ที่มาจากไข่คนละใบ) ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันไม่พบความสัมพันธ์นี้
แสงแดด เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าที่สำคัญ ทั้งช่วงคลื่นรังสียูวีบี และยูวีเอ ทำให้เกิดฝ้า ยากันแดดที่ป้องกันเฉพาะรังสียูวีบี จึงใช้ป้องกันฝ้าไม่ได้ผล เพราะผิวหนังยังได้รับรังสียูวีเอ และช่วงคลื่นแสงที่มองเห็น ตลอดจนคลื่นรังสีความร้อนต่อเนื่องเป็นเวลานาน สามารถกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีผลิตเม็ดสีเมลานินได้เช่นกัน แนะนำข้อปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย คือ อย่าถูกแดดมากโดยเฉพาะเวลา 10.00-15.00น.นอกจากทำให้เป็นฝ้าแล้วยังทำให้ผิวไหม้เกรียมจาก UVB หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ เวลาออกกลางแจ้ง ควรใส่หมวก หรือกางร่ม
ฮอร์โมน เป็นปัจจัยทำให้เกิดฝ้าที่สำคัญ เชื่อว่าฝ้าเกิดจากการที่ฮอร์โมนเพศหญิงคือเอสโทรเจน กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้สร้างเม็ดสีมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโดนแสงแดด จึงพบฝ้ามากในหญิงตั้งครรภ์   และหญิงที่กินยาคุมกำเนิด นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคบางชนิดที่มีการทำงานของต่อมไร้ท่อผิดปกติ เช่น โรคแอดดิสัน ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ก็อาจทำให้หน้าเป็นฝ้าดำได้มากกว่าคนปกติ
อารมณ์ เป็นส่วนสำคัญที่กระตุ้นการเกิดฝ้า พบว่าฝ้าที่เกิดหลังมีอารมณ์เครียดอย่างรุนแรง

   
โดยทั่วไปฝ้าแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ


1.ฝ้าชนิดตื้น (epidermal melasma) ลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลอ่อน ส่วนใหญ่เป็นฝ้าระยะแรก ซึ่งคนไข้มักไม่ได้สังเกต สามารถรักษาได้ง่ายโดยใช้ยาทายับยั้งการทำงานของเซลล์สีที่ผิดปกติ ในปัจจุบันมีการใช้ยาผสมผสานกับการใช้เครื่องผลักอย่างล้ำลึก เพื่อให้ประสิทธิภาพของการกระจายและดูดซึมยาดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการใช้แสง IPLและเลเซอร์จำเพาะเจาะจงต่อเม็ดสีมาช่วยในการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น


2.ฝ้าชนิดลึก (dermal melasma) ลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลเข้มปนดำ เกิดความผิดปกติของวงจรการสร้างเม็ดสีที่ชั้นหนังแท้

   

3.ฝ้าชนิดตื้นและลึก (mixed type melasma) เป็นฝ้าที่มักเกิดขึ้นแล้วดูเห็นชัดเจน เนื่องจากพยาธิสภาพเกิดที่ผิวหนังชั้นนอกและชั้นในส่วนใหญ่เป็นฝ้าชนิดที่เป็นเรื้อรัง และได้รับการดูแลรักษาที่ผิดวิธีทำให้เม็ดสีตกลงไปชั้นหนังแท้ การรักษายากต่างจากฝ้าชนิดตื้นในปัจจุบันการทายายับยั้งการทำงานของเซลล์สีที่ไม่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนร่วมกับการใช้เลเซอร์จำเพาะเจาะจงต่อเม็ดสีในชั้นลึกถือว่าให้ผลดี


4.ฝ้าเส้นเลือดลึก (vascular melasma) ลักษณะเป็นผื้นสีน้ำตาลปนแดง เห็นมีเส้นเลือดฝอยกระจายอยู่ด้วยฝ้าชนิดนี้เป็นฝ้าที่ดื้อต่อการรักษาที่สุด การใช้ยารักษาฝ้าที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน Hydroquinone และสเตียรอยด์Steroidsเป็นเวลานานๆทำให้เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) จะถูกทำลายด้วยเป็นหย่อมๆทำให้เห็นจุดขาวๆขนาด 2-3 มิลลิเมตร กระจายอยู่ปนบริเวณที่เป็นฝ้า (postinflammatory hypopigmentation)

   

Call Center : 087-300-6677

Line ID : laserpremium6677